Main Menu

Recent posts

#11

แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี

แก่งกระจาน เมื่อเอ่ยชื่อนี้ ทุกคนต้องร้องอ๋อทันที เพราะว่าเป็นอุทยานที่มีชื่อเสียง และยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ มีความสวยงามทางธรรมชาติที่สวยอันดับต้นๆ ของไทย มาเที่ยวที่แก่งกระจาน คุณสามารถเลือกเที่ยวได้หลายแบบ มีกิจกรรมที่น่าสนใจเพียบเลย ไม่ว่าจะเป็นการเล่นน้ำ การชมธรรมชาติที่สวยงาม สัตว์ป่า อีกอย่างก็คือ การเดินทางสะดวกมากๆ เพราะว่าอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพเท่าไหร่เลย หากคุณวางแผนที่จะเที่ยวในวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ ไม่ต้องเดินทางให้เหนื่อย มาที่เพชรบุรีนี่แหละ คุ้มสุดๆ แล้ว

กิจกรรมที่น่าสนใจ 
วันนี้เราเลยทำการรวบรวมสถานที่เที่ยวที่แก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี มาให้ทุกท่านได้ชม เพื่อเป็นตัวช่วยตัดสินใจในการหาสถานที่เที่ยวด้วย มีที่ไหนบ้าง

• เขื่อนแก่งกระจาน เป็นเหมือนแลนด์มาร์กที่นักท่องเที่ยวมาเช็คอินกันเยอะ เพรามีความสวยงาม เป็นสถานที่ที่วิวดีมาก เหมาะกับการนั่งชิล และมีกิจกรรมให้ทำเยอะ เช่น การตกปลา การล่องเรือ เป็นต้น
• จุดชมทะเลหมอก อยู่ที่ กม.36 ของถนนเส้นวังวน พะเนินทุง เป็นจุดที่เอาไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ขึ้นมาชมทะเลหมอกในยาวเช้า ซึ่งมีความสวยงามเป็นพิเศษ แต่ต้องมาพักแรมกางเต้นท์ที่นี่ ถึงจะทันเวลาในการชมทะเลหมอกตอนเช้า
• เขาพะเนินทุ่ง เป็นจุดที่สูงที่สุดของเขาด้วย มีสัตว์ป่าเยอะ เพราะว่าบริเวณโดยรอบเป็นป่าดิบ และวิวก็สวยงามอีกด้วย แต่ว่าการนักท่องเที่ยวต้องเดินทาง 2 วัน ถึงจะมาถึงจุดนี้ได้ และต้องเตรียมอาหารสำหรับทานขึ้นมาเอง รวมถึงการขนเต้นท์เตรียมขึ้นไป นักท่องเที่ยวก็ต้องขนไปเอง
• น้ำตกกวางโจว เป็นตลาดน้ำที่นักท่องเที่ยวรู้จักกันดี มีอาหารที่พิเศษหลายอย่าง ทั้งอาหารที่แปลก ผลไม้หายาก ซึ่งอาหารการกินที่ตลาดแห่งนี้ ทั้งหลากหลาย แล้วก็รสชาติอร่อยอีกต่างหาก พลาดไม่ได้เลย

การเดินทาง
การเดินทางมาเที่ยวที่แก่งกระจาน สามารถเดินทางได้หลายวิธี ทั้งรถยนต์ส่วนตัว รถจักรยาน หรือว่าจะนั่งรถโดยสารมาก็ได้ ใช้เวลาไม่เกิน 3-4 ชั่วโมงเท่านั้น

ค่าบริการในการเข้าชม: ฟรี

ที่พักแก่งกระจาน
ที่แก่งกระจานมีที่พักหลากหลายรูปแบบให้ได้เลือก ทั้งแบบที่ติดน้ำ แบบทั่วไป และที่ติดเขาติดป่า เราชอบแบบไหนก็เลือกแบบนั้นได้เลย แต่ละแบบราคาก็จะแตกต่างกันออกไป ตามคุณสมบัติของรีสอร์ท บ้านพักนั้นๆ ราคามีตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักพัน ในช่วงวันหยุดหรือเทศกาล อาจจะหาได้ยากหน่อย เพราะนักท่องเที่ยวเยอะ ก่อนเดินทาง ต้องมีการวางแผนล่วงหน้าให้ดี จะได้ไม่ลำบากหาที่พักเวลาเดินทางจริง

สถานที่ตั้งของ แก่งกระจาน
อยู่ในเขตอำเภอแก่งกระจาน อำเภอหนองหญ้าปล้อง จังหวัดเพชรบุรี และอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
#12
สุดยอด  ;D
#13
ชอบ  ;D  ;D
#14

Kawasaki Z250 เป็น ซูเปอร์เน็คเก็ตรุ่นเล็กสุดของคาวาซากิที่ยังคงสมรรถนะเครื่องยนต์ที่เเรงเเละรูปลักษณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ตามสไตล์รถของตระกูล Z อย่างครบครัน ด้วยรูปลักษณ์ใหม่ที่มาแบบเฉียบคม ดุดัน ซึ่งการดีไซน์นั้นได้รับแรงบันดาลใจมาจากสไตล์ Sugomi ทำให้ไม่ว่าจะขับขี่ไปไหนก็มีเเต่คนเหลียวหลังมองความโฉบเฉี่ยวสไตล์คาวาซากิ

ทางด้านมิติตัวรถของ Kawasaki Z250 นั้นมาพร้อมกับความกว้างอยู่ที่ 800 มิลลิเมตร ทางด้านความยาวอยู่ที่ 1,990 มิลลิเมตร เเละมีความสูงที่ 1,060 มิลลิเมตร โดยมีระยะห่างช่วงล้ออยู่ที่ 1,370 มิลลิเมตร ส่วนระยะห่างจากพื้นอยู่ที่ 145 มิลลิเมตร เเละมีความสูงของเบาะ 795 มิลลิเมตร ถังน้ำมันเชื้อเพลิงขนาด 14 ลิตร ทำให้มีน้ำหนักรวมสุทธิอยู่ที่ 165 กิโลกรัม เป็นรถขนาดเล็กเเต่มีมิติตัวรถใหญ่เลยทีเดียว

Kawasaki Z250 นั้นมาพร้อมกับสมรรถนะเครื่องยนต์สองสูบเรียงทรงพลังตอบสนองได้เป็นมิตรต่อผู้ขับขี่ โดยเครื่องยนต์มีขนาด 249 ซีซี เเบบ Liquid-cooled, 4-stroke Parallel Twin มีระบบวาล์วเเบบ DOHC, 8 valves ความกว้างกระบอกสูบ x ช่วงชัก อยู่ที่ 62.0 x 41.2 มิลลิเมตร  อัตราส่วนแรงอัดอยู่ที่ 11.6 : 1 ส่วนระบบคลัทช์เป็นคลัทช์เปียกหลายแผ่นแบบธรรมดา โดยมีระบบเกียร์เป็นเเบบ 6-speed, return shift โดยมีระบบจุดระเบิดเป็นเเบบ Battery and coil ส่วนระบบจ่ายเชื้อเพลิงเป็นเเบบ Fuel injection: ø32 mm x 2  โดยที่มีระบบสตาร์ทเป็นเเบบไฟฟ้า

Kawasaki Z250 นั้นมีเฟรมที่ได้รับการออกเเบบเป็นเฟรมถัก TRELLIS ที่มีรูปทรงการออกแบบคล้ายคลึงกับ Ninja H2 เเละมีน้ำหนักเบา ส่วนทางด้านระบบกันสะเทือนหน้าเป็นเเบบ ø41 mm telescopic fork ในขณะที่ระบบกันสะเทือนหลังเป็นเเบบ Bottom-Link Uni-Trak, gas-charged shock with adjustable preload ในขณะที่ระบบเบรกด้านหน้าจะเป็นเเบบ Single semi-floating 310 mm petal discs. Caliper: Single balanced actuation dual piston ส่วนระบบเบรกด้านหลังจะเป็นเเบบ Single 220 mm petal disc. Caliper: Dual-piston โดยที่ยางหน้ามีขนาด 110/70R17M/C 54H ส่วนยางหลังมีขนาด 140/70R17M/C 66H ส่วนเรือนไมล์เป็นเเบบมัลติฟังก์ชั่นที่มีขนาดกะทัดรัด โดยเรือนไมล์และสวิตช์แบบเดียวกับ Ninja 650 โดยตัวเรือนไมล์ถูกจัดวางข้อมูลมาให้อ่านง่าย ส่วนมาตราวัดความเร็วรอบแบบเข็มมาพร้อมไฟบอกตำแหน่งเกียร์บริเวณตรงกลางและอยู่ด้านบนของจอ LCD มัลติฟังก์ชั่น โคมไฟหน้าเเบบ LED รับกับกระจังเเนวสปอร์ตสวยงามเร้าใจ เเละตัวบอดี้มีมาให้เลือกเพียงสีเดียวคือสี METALIIC SPARK BLACK / METALIIC MATTE GRAPHENE STEEL GRAY (2022) เรียกว่าให้ความรู้สึกดุดันเลยก็ว่าได้

สนราคาของ Kawasaki Z250 นั้นเคาะราคาขายออกมาที่เรท 187,700 บาท ถือว่าเป็นราคาที่ไม่เเรงมาก เเละเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นสัมผัสความเเรงจากรถในตระกูล Z
#15

คาวาซากิ นั้นนำเทคโนโลยีจากสนามเเข่งขันมาบรรจุลงในรถหลากหลายรุ่นอย่างมาก ด้วยเทคโนโลยีเเละสมรรถนะของเครื่องยนต์ที่ได้รับการพิสูจน์เเล้วในสนามเเข่งขันก็ทำให้รถเเต่ละรุ่นที่ผลิตออกมานั้นมีความน่าสนใจ โดยอย่าง Kawasaki Ninja ZX-10R (2021) ก็ถือว่าเป็นอีกรุ่นที่น่าสนใจ ทำให้หลายๆ คนต้องการครอบครอง

สำหรับ Kawasaki Ninja ZX-10R (2021) นั้นมีมิติตัวรถที่น่าสนใจ โดยมันมาพร้อมกับความกว้างอยู่ที่ 750 มิลลิเมตร ทางด้านความยาวอยู่ที่ 2,085 มิลลิเมตร เเละมีความสูงที่ 1,185 มิลลิเมตร โดยมีระยะห่างช่วงล้ออยู่ที่ 1,450 มิลลิเมตร ส่วนระยะห่างจากพื้นอยู่ที่ 135 มิลลิเมตร เเละมีความสูงของเบาะ 835 มิลลิเมตร ถังน้ำมันเชื้อเพลิงขนาด 17 ลิตร ทำให้มีน้ำหนักรวมสุทธิอยู่ที่ 207 กิโลกรัม นับว่ามีโครงสร้างตัวรถที่น่าสนใจได้กลิ่นอายมาจากสนามเเข่งเลย

ส่วนสมรรถนะเครื่องยนต์ของ Kawasaki Ninja ZX-10R (2021) นั้นน่าใจ เพราะพกพาขุมกำลังเครื่องยนต์ขนาด 998 ซีซี โดยเป็นเครื่องยนต์เเบบ Liquid-cooled, 4-stroke In-Line Four มีระบบวาล์วเเบบ DOHC, 16 valves ความกว้างกระบอกสูบ x ช่วงชัก อยู่ที่ 76.0 x 55.0 มิลลิเมตร  อัตราส่วนแรงอัดอยู่ที่ 13.0 : 1 ส่วนระบบคลัทช์เป็นเเบบ  Wet multi-disc, manual โดยมีระบบส่งกำลัง 6-speed, return โดยมีระบบจุดระเบิดเป็นเเบบ Digital ส่วนระบบเชื้อเพลิงเป็นเเบบ Fuel injection: ø47 mm x 4 with dual injection โดยมีระบบสตาร์ทเป็นเเบบ Electric เรียกว่าถ่ายทอดเทคโนโลยีเเละสมรรถนะมาจากสนามเเข่งขันเลย

Kawasaki Ninja ZX-10R (2021) มาพร้อมกับเฟรมเเบบอลูมิเนียม TWIN-SPAR / สวิงอาร์มอลูมิเนียม โดยเชื่อมต่อเป็นแนวตรงจากคอไปจนถึงแกนสวิงอาร์ม ส่วนทางด้านระบบกันสะเทือนหน้านั้นจะเป็นเเบบ BFF ขนาดแกน ø43 มม. ของ Showa ส่งมอบเทคโนโลยีอันล้ำสมัยจากรายการแข่งขัน WSB สู่รถรุ่นที่มีการผลิตจำหน่ายจำนวนมาก โช้คหน้าสเปกสูงมาพร้อม การยกระดับความสบายในการขับขี่ เสริมเสถียรภาพด้านการเบรก เเละจับสัมผัสการทำงานของล้อหน้าได้แม่นยำ รวมทั้งปรับ Compression และ Rebound แยกอิสระ ส่วนระบบกันสะเทือนหลังจะเป็นเเบบโช้คหลัง Showa BFRC lite มีน้ำหนักเบาและขนาดเล็กกะทัดรัดกว่าโช้ค BFRC รุ่นก่อนหน้า โช้คหลังสเปกสูง โดยมีระบบห้ามล้อหน้าเป็นเเบบ Dual semi-floating ø330 mm Brembo discs.Dual radial-mount, Brembo M50 monobloc, opposed 4-piston ส่วนระบบห้ามล้อหลังเป็นเเบบ Single ø220 mm disc Single-bore pin-slide โดยมีขนาดยางหน้า 120/70ZR17M/C (58W) ส่วนขนาดยางหลัง 190/55ZR17M/C (75W) ส่วนเรือนไมล์เป็นเเบบสี TFT ที่สามารถเชื่อมต่อกับโทรศัพท์สมาร์ทโฟนเพื่อเพิ่มความเพลิดเพลินในการขับขี่ใช้งาน ทางด้านของโคมไฟหน้าดูสปอร์ตเร้าใจเเบบ LED มาพร้อมกับตราสัญลักษณ์ River Mark สามมิติถูกติดตั้งและแสดงไว้อย่างภาคภูมิบนเคาริ่งหน้า เเละยังได้รับการสลักไว้บริเวณแผงคอบน ตัวบอดี้มี 2 สีด้วยกันทั้งสี LIME GREEN / EBONY / PEARL BLIZZARD WHITE เเละอีกสีจะเป็นสี FLAT EBONY

ส่วนราคานั้น Kawasaki Ninja ZX-10R (2021) เคาะราคาขายออกมาที่ 859,000 บาท นับว่าเป็นราคาที่น่าสนใจไม่น้อยสำหรับคาวาซากิ นินจา รุ่นนี้
#16

หนึ่งใน Roadsters ของไทรอัมพ์ที่น่าสนใจอย่างมากในเวลานี้ ก็คงหนีไม่พ้น Triumph TRIDENT 660 ที่เป็นจักรยานยนต์สมรรถนะสูงจากเครื่องยนต์สามสูบ ด้วยเทคโนโลยีและสเปคระดับแนวหน้า ทั้งหมดนี้มาในราคาที่คุ้มค่าสุดๆ ไปเลย

Triumph TRIDENT 660 นั้นมาพร้อมกับมิติตัวรถที่มีความน่าสนใจ โดยมีแฮนด์บาร์กว้าง 795 มิลลิเมตร ความสูงไม่รวมกระจกอยู่ที่ 1,089 มิลลิเมตร ความสูงที่นั่ง 805 มิลลิเมตร ระยะฐานล้ออยู่ที่ 1,401 มิลลิเมตร Rake อยู่ที่ 24.6 º ส่วน Trail อยู่ที่ 107.3 มิลลิเมตร ถังนำมันเชื้อเพลิงมีขนาดความจุ 14 ลิตร เเละมีน้ำหนักรวมสุทธิที่ 189 กิโลกรัม

ส่วนทางด้านของสมรรถนะเครื่องยนต์นั้น Triumph TRIDENT 660 ก็มาพร้อมกับขุมพลังเครื่องยนต์ที่มีขนาด 660 ซีซี โดยเป็นเครื่องยนต์เเบบ ระบายความร้อนด้วยของเหลว, 12 วาล์ว, DOHC, 3 สูบแถวเรียง กระบอกสูบขนาด 74 มิลลิเมตร ส่วน Stroke มีขนาด 51.1 มิลลิเมตร ส่วนอัตราส่วนการบีบอัดอยู่ที่ 11.95:1 สามารถให้กำลังที่ 80 เเรงม้าที่ 10,250 รอบต่อนาที โดยมีเเรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 64 นิวตันเมตรที่ 6,250 รอบต่อนาที โดยมีระบบควบคุมการฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงอิเล็กทรอนิกส์ต่อเนื่องแบบ Multipoint พร้อมควบคุมคันเร่งด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ระบบไอเสียจะเป็นเเบบระบบเฮดเดอร์สแตนเลสสตีลแบบ 3 ออก 1 พร้อมปลายท่อเดี่ยวออกข้าง Final Drive จะเป็นเเบบโซ่เอกซ์ริง ทำงานร่วมกับระบคลัตช์เเบบคลัตช์เปียกแบบหลายแผ่นพร้อมระบบช่วยผ่อนแรง พร้อมด้วยระบบเกียร์เเบบ 6 สปีด

ส่วนเฟรมของ Triumph TRIDENT 660 นั้นก็ได้รับการออกเเบบมาเป็นเเบบ โครงรถเหล็กท่อ perimeter มีSwingarm เป็นแบบสองด้าน โลหะสำเร็จรูป ส่วนทางด้านระบบกันสะเทือนหน้าจะเป็นเเบบโช้คหัวกลับแบบแยกฟังก์ชัน (SFF) ของ Showa ขนาด 41 มิลลิเมตร ในขณะที่ระบบหันสะเทือนหลังจะเป็นเเบบ RSU แบบโมโนช็อคของ Showa รองรับการปรับตั้งค่าพรีโหลด ส่วนระบบเบรกหน้าจะเป็นเเบบคาลิปเปอร์แบบเลื่อนสองสูบของ Nissin, จานเบรกคู่แบบขนาด 310 มิลลิเมตร, ABS ส่วนระบบเบรกหลังจะเป็นเเบบคาลิปเปอร์แบบเลื่อนสูบเดียวของ Nissin, จานเบรกเดี่ยวขนาด 255 มิลลิเมตร, ABS โดยล้อหน้าเป็นเเบบอะลูมิเนียมหล่อ ขนาด 17 x 3.5 นิ้ว ส่วนล้อหลังเป็นเเบบอะลูมิเนียมหล่อ ขนาด 17 x 3.5 นิ้ว โดยยางหน้าเป็นเเบบ 120/70R17 ส่วนยางหลังเป็นเเบบ 180/55R17 มีแผงหน้าปัดมัลติฟังก์ชันพร้อมหน้าจอ TFT สี โดยมีระบบไฟ LED ทั้งคัน พร้อมไฟเลี้ยวแบบปิดเองได้ พร้อมกับมีระบบเชื่อมต่อ My Triumph โดยตัวบอดี้มี 4 สีให้เลือกด้วยกันทั้งสีดำ, สีส้ม-เทา, สีดำ-เทา เเละสีเเดง-เทา

สนราคาขายของ Triumph TRIDENT 660 นั้นมีการเคาะราคาขายออกมาที่เรท 319,000 บาท นับว่าเป็นเรทราคาที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง
#17

ดูคาติ นั้นมีความภาคภูมิใจกับรถจักรยานยนต์ในตระกูล Diavel เป็นอย่างมาก เเละสำหรับ Ducati Diavel 1260 S ก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่มีสมรรถนะที่ร้อนเเรงเเละเต็มไปด้วยดีไซน์เร้าใจตามสไตล์ของรถสายพันธุ์จากอิตาลี

โครงสร้างมิติตัวรถของ สำหรับ Ducati Diavel 1260 S ก็น่าสนใจไม่เบา เมื่อมันมาพร้อมกับน้ำหนักรถเปล่าที่ 218 กิโลกรัม ส่วนน้ำหนักรถพร้อมวิ่งจะอยู่ที่ 244 กิโลกรัม เเละน้ำหนัก Wet Weight อยู่ที่ 233 กิโลกรัม ส่วนความสูงของเบาะนั่งอยู่ที่ 780 มิลลิเมตร ความยาวของฐานล้ออยู่ที่ 1,600 มิลลิเมตร มุม Rake อยู่ที่ 27 องศา ส่วนระยะเทรลอยู่ที่ 120 มิลลิเมตร ถังบรรจุเชื้อเพลิงมีขนาดความจุ 17 ลิตร สามารถโดยสารได้ 2 คน นับว่าเป็นขนาดตัวรถอีกรุ่นที่น่าสนใจไม่น้อย

Ducati Diavel 1260 S มาพร้อมกับสมรรถนะเครื่องยนต์ที่ร้อนเเรงไม่เบาด้วยขุมพลังเครื่องยนต์เเบบ Ducati Testastretta DVT 1262, L-Twin cylinder, 4 valves per cylinder, Dual Spark, Liquid cooled, Desmodromic Variable Timing ที่มีขุมกำลังขนาด 1,262 ซีซี ความกว้างกระบอกสูบ x ระยะชัก อยู่ที่ 106 x 71.5 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัดอยู่ที่ 13.0 : 1 เครื่องยนต์สามารถให้กำลัง 159 เเรงม้าที่ 9,500 รอบต่อนาที ส่วนเเรงบิดอยู่ที่ 129 นิวตันเมตรที่ 7,500 รอบต่อนาที ส่วนระบบฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นเเบบ Bosch electronic fuel injection system, Øeq 56 mm elliptical throttle bodies with Ride-by-Wire system ส่วนระบบไอเสียจะเป็นเเบบ Stainless steel pipes and single muffler with twin tail pipes, Catalytic converter and 2 lambda probes มีระบบเกียร์เป็นเเบบ 6 speed ในขณะที่ Primary Drive เป็นเเบบ Straight cut gears, Ratio 1.84:1 มีอัตราที่ 1=37/15, 2=30/17, 3=27/20, 4=24/22, 5=23/24, 6=22/25 ส่วน Final Drive นั้นเป็นเเบบ Chain, Front sprocket Z15, Rear sprocket Z43 ทำงานร่วมกับระบบคลัทช์เเบบ Slipper and self-servo wet multiplate clutch with hydraulic control

Ducati Diavel 1260 S
นั้นได้รับการออกเเบบเฟรมมาใหม่เป็นอย่างดีเเละมีความเเข็งเเกร่งมาก โดยเฟรมเป็นเเบบ Tubular steel trellis frame ที่มีความสวยงามเเละเเข็งเเรงเป็นอย่างยิ่ง โดยที่ระบบกันสะเทือนหน้าจะเป็นเเบบ Ø 50 mm adjustable usd fork ส่วนระบบกันสะเทือนหลังจะเป็นเเบบ Monoshock, preload and rebound adjustable, Aluminium casted single-sided swingarm ในส่วนของระบบเบรกจะมีระบบเบรกหน้าเเบบ 2 x Ø 320 mm semi-floating discs, Radially mounted Brembo monobloc 4-piston M4.32 callipers, PR18/19 radial master cylinder, Bosch Cornering ABS Evo ในขณะที่เบรกหลังเป็นเเบบ Ø 265 mm disc, 2-piston Brembo floating calliper, Bosch Cornering ABS Evo ล้อหลังเป็นเเบบ Light alloy casted 8.0"x17" ยางหน้าเป็นเเบบ Pirelli Diablo Rosso III 120/70 ZR17 ส่วนยางหลังเป็นเเบบ Pirelli Diablo Rosso III 240/45 ZR17 หน้าจอเเสดงผลการขับขี่มีขนาด 3.5 นิ้วเเบบ TFT colour display and dedicated warning light display ระบบไฟทั้งโคมไฟหน้า-ท้าย เเละไฟเลี้ยวเป็นเเบบ Full LED lights ทั้งหมด ตัวบอดี้มีสีมาให้เลือก 2 สี คือสีเทา Sandstone Grey กับสีดำ Total Black

ราคาขายของ Ducati Diavel 1260 S นั้นเคาะออกมาที่ 1,049,000 บาท นับว่าเป็นอีกรุ่นที่มีราคาน่าสนใจมากเลยทีเดียว
#18

อีกหนึ่งรถจักรยานยนต์เเนวแอดเวนเจอร์ของไทรอัมพ์ ที่ถือว่าจัดจ้านเเละจัดเต็มทุกความเเรงคงหนีไม่พ้น Triumph TIGER 900 RALLY PRO ที่ออกแบบมาเพื่อการผจญภัยบนทางวิบากอย่างเต็มที่ พร้อมด้วยขีดความสามารถ การควบคุม และความสะดวกสบายในการใช้งานตลอดทั้งวัน นับว่าเป็นอีกรุ่นที่กำลังได้รับความสนใจอยู่ในเวลานี้

Triumph TIGER 900 RALLY PRO มีแฮนด์บาร์กว้าง 935 มิลลิเมตร ความสูงไม่รวมกระจกอยู่ที่ 1,452-1,502 มิลลิเมตร ความสูงที่นั่ง 850-870 มิลลิเมตร ระยะระหว่างล้อหน้ากับล้อหลังอยู่ที่ 1,551 มิลลิเมตร เรคอยู่ที่ 24.4 º ส่วนเทรลอยู่ที่ 145.8 มิลลิเมตร ถังนำมันเชื้อเพลิงมีขนาดความจุ 20 ลิตร เเละมีน้ำหนักรวมสุทธิที่ 196 กิโลกรัม อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ที่ 5.2 ลิตร/100 กิโลเมตร

ทางด้านของสมรรถนะเเล้ว Triumph TIGER 900 RALLY PRO ก็มาพร้อมกับความเเรงด้วยเครื่องยนต์เเบบ 3 สูบแถวเรียงแบบ DOHC 12 วาล์ว ระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว โดยมีขุมพลังขนาดใหญ่ถึง 888 ซีซี กระบอกสูบขนาด 78 มิลลิเมตร ส่วนระยะชักอยู่ที่ 61.9 มิลลิเมตร ส่วนอัตราส่วนการบีบอัดอยู่ที่ 11.27:1 สามารถให้กำลังที่ 93.9 เเรงม้าที่ 8,750 รอบต่อนาที โดยมีเเรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 87 นิวตันเมตรที่ 7,250 รอบต่อนาที โดยมีระบบการฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงอิเล็คทรอนิคส์แบบ Multipoint sequentia ระบบไอเสียจะเป็นระบบเฮดเดอร์สแตนเลสสตีลแบบเส้นเดียวข้างรถความสูงต่ำแบบ 3 รวมเป็น 1 ไฟนอลไดรฟ์ จะเป็นเเบบโซ่โอริง โดยมันทำงานร่วมกับระบบคลัตช์แบบแบบเปียก, หลายแผ่น ส่วนระบบเกียร์จะเป็นเเบบ 6 สปีด เรียกว่าจัดหนักจัดเต็มไปเลย

ในส่วนของเฟรมนั้น Triumph TIGER 900 RALLY PRO มาพร้อมกับเฟรมท่อเหล็ก ยึดกับซับเฟรมด้วยสกรู ที่ได้รับการออกเเบบมาใหม่ เสริมด้วยสวิงอาร์มเป็นเเบบแขนคู่อลูมิเนียมอัลลอยหล่อขึ้นรูป ส่วนล้อหน้าเป็นเเบบ Tubeless แบบซี่, 21 x 2.15 นิ้ว ในขณะที่ล้อหลังเป็นเเบบ Tubeless แบบซี่, 17 x 4.25 นิ้ว ยางหน้ามีขนาด 90/90-21 ส่วนยางหลังมีขนาด 150/70R17 ทางด้านระบบกันสะเทือนหน้าเป็นเเบบโช้คหน้าหัวกลับ Showa ขนาด 45 มิลลิเมตร ปรับตั้งการคืนตัวและการยุบตัวแบบแมนนวล, ระยะยุบตัว 240 มิลลิเมตร ในขณะที่ระบบกันสะเทือนหลังเป็นเเบบ Showa ปรับตั้งพรีโหลดและการคืนตัวแบบแมนนวล, ระยะยุบตัวล้อหลัง 230 มิลลิเมตร ส่วนระบบเบรกนั้น เบรกหน้าเป็นเเบบจานเบรกคู่แบบลอยตัวขนาด 320 มิลลิเมตร, คาลิปเปอร์โมโนบล็อก 4 สูบ Brembo Stylema แม่ปั๊มเบรกหน้าแบบเรดียล, ABS หลายโหมด, ABS แบบช่วยเสริมสมรรถนะการเข้าโค้ง ส่วนเบรกหลังจะเป็นเเบบจานเบรกเดี่ยว 255 มิลลิเมตร. คาลิปเปอร์แบบเลื่อนลูกสูบเดี่ยวของ Brembor, ABS หลายโหมด, ABS แบบช่วยเสริมสมรรถนะการเข้าโค้ง หน้าจอเเสดงผลจะเป็นลักษณะของแผงหน้าปัดมัลติฟังก์ชัน TFT 7" พร้อมมาตรวัดความเร็วดิจิทัล, ทริปคอมพิวเตอร์, มาตรวัดรอบเครื่องดิจิทัล, สัญลักษณ์แสดงตำแหน่งเกียร์, เกจน้ำมันเชื้อเพลิง, สัญลักษณ์เตือนการซ่อมบำรุง, อุณหภูมิแวดล้อม, นาฬิกา และโหมดการขี่ ตัวบอดี้มี 3 สีให้เลือกทั้งสีเขียว, สีดำเเละสีขาว

ส่วนในเรื่องของราคาขายนั้น Triumph TIGER 900 RALLY PRO เคาะราคาขายออกมาที่ 659,000 บาท
#19

Triumph NEW BONNEVILLE T120 CHROME EDITION มีสไตล์ที่โดดเด่นเหนือกาลเวลาในซีรีย์ Chrome Edition ของไทรอัมพ์ ทำให้รถรุ่นนี้มีภาพลักษณ์ใหม่ที่แสนโดดเด่นให้กับรถจักรยานยนต์สัญชาติอังกฤษเเบรนด์นี้

มิติตัวรถของ Triumph NEW BONNEVILLE T120 CHROME EDITION นั้นลงตัวอย่างยิ่ง ด้วยความกว้างของแฮนด์รถอยู่ที่ 780 มิลลิเมตร ความสูงไม่รวมกระจกอยู่ที่ 1,110 มิลลิเมตร ความสูงที่นั่ง 790 มิลลิเมตร ระยะระหว่างล้อหน้ากับล้อหลังอยู่ที่ 1,450 มิลลิเมตร เรคอยู่ที่ 25.5 º ส่วนเทรลอยู่ที่ 105.2 มิลลิเมตร ถังน้ำมันเชื้อเพลิงมีขนาดความจุ 14.5 ลิตร เเละมีน้ำหนักรวมสุทธิที่ 229 กิโลกรัม อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ที่ 4.1 ลิตร/100 กิโลเมตร

Triumph NEW BONNEVILLE T120 CHROME EDITION มีสมรรถนะเครื่องยนต์ที่น่าสนใจด้วยเครื่องยนต์เเบบระบายความร้อนด้วยของเหลว, SOHC 8 วาล์ว, สูบคู่ขนาน องศาการจุดระเบิด 270° ที่มีขุมพลังขนาด 1,200 ซีซี กระบอกสูบขนาด 97.6 มิลลิเมตร ส่วนระยะชักอยู่ที่ 80 มิลลิเมตร ส่วนอัตราส่วนการบีบอัดอยู่ที่ 10.0:1 สามารถให้กำลังที่ 80 เเรงม้าที่ 6,550 รอบต่อนาที โดยมีเเรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 105 นิวตันเมตรที่ 3,500 รอบต่อนาที โดยมีระบบฉีดเชื้อเพลิงอิเล็กทรอนิกส์หลายจุดตามลำดับ ส่วนระบบท่อไอเสียเป็นเเบบระบบท่อไอเสียโครเมียม 2 เป็น 2 พร้อมท่อเก็บเสียงโครเมียมคู่ ทางด้านของไฟนอลไดรฟ์จะเป็นเเบบโซ่ โดยมันทำงานร่วมกับระบบคลัตช์แบบเปียกแบบหลายแผ่น พร้อมระบบช่วยผ่อนแรง ระบบเกียร์จะเป็นเเบบ 6 สปีด

เฟรมของ Triumph NEW BONNEVILLE T120 CHROME EDITION
เป็นเเบบโครงเหล็ก (Tubular steel) ส่วนสวิงอาร์มเป็นโครงเหล็กแขนคู่ (Twin-Sided - Tubular steel) ส่วนล้อหน้าเป็นเเบบล้ออลูมิเนียมอัลลอยด์ ขนาด 18 x 2.75 นิ้ว ในขณะที่ล้อหลังเป็นเเบบล้ออลูมิเนียมอัลลอยด์ ขนาด 17 x 4.25 นิ้ว ส่วนยางหน้ามีขนาด 100/90-18 ยางหลังมีขนาด 150/70 R17 โดยที่มีระบบกันสะเทือนหน้าเป็นเเบบ โช้คคาร์ทริดจ์ ขนาด 41 มิลลิเมตร ส่วนระบบกันสะเทือนหลังเป็นเเบบ โช้คหลังคู่ สามารถปรับพรีโหลดได้ โดยที่ระบบเบรกนั้นเบรกหน้าจะเป็นเเบบคาลิปเปอร์เบรกคู่หน้า Brembo แบบ 2 สูบพร้อมดิสก์เบรกคู่ขนาด 310 มิลลิเมตร ส่วนเบรกหลังเป็นเเบบ คาลิปเปอร์เบรกสูบเดี่ยว Nissin พร้อมดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 255 มิลลิเมตร และระบบ ABS โดยมีหน้าจอเเสดงผลการขับขี่เป็นเเบบแผงหน้าปัด LCD มัลติฟังก์ชั่นแบบ Dual-display พร้อมมาตรวัดความเร็วแบบอนาล็อก โคมไฟหน้าทรงกลมดวงใหญ่ 1 ดวง เบาะนั่งยาวจำนวน 2 ที่นั่ง ตัวบอดี้มีสีฟ้า สีเดียว ส่วนตัวถังจะมีการชุปโครเมียมอย่างลงตัวสวยงาม

สนราคาของ Triumph NEW BONNEVILLE T120 CHROME EDITION อยู่ที่ เรทราคา 596,000 บาทเเละวางจำหน่ายเพียง 1 ปีเท่านั้น
#20

Harley-Davidson SPORTSTER S ปี 2023 คือปฐมบทของหน้าประวัติศาสตร์ใหม่เเห่งตำนานของ Sportster ที่ถือกำเนิดขึ้นในปี 1957 ที่เหมาะกับผู้ขับขี่ที่ปรารถนาสมรรถนะระดับแนวหน้าของวงการและสไตล์ที่น่าตื่นตะลึง โดยมาพร้อมกับความคล่องตัวและการควบคุมมอเตอร์ไซค์สไตล์สปอร์ต สามารถประกาศศักดาและโดดเด่นท่ามกลางฝูงชนให้เหลียวหลังมองกันเลย

มิติตัวรถของ Harley-Davidson SPORTSTER S ปี 2023 นั้นมาพร้อมกับขนาดความยาว 2,270 มิลลิเมตร ส่วนทางด้านของระดับความสูงเบาะ ขณะไม่ได้บรรทุก อยู่ที่ 765 มิลลิเมตร ระยะใต้ท้องรถอยู่ที่  90 มิลลิเมตร ส่วนระยะเยื้องของตะเกียบหน้าอยู่ที่ 30 ในขณะที่ส่วนท้ายมีขนาด 148 มิลลิเมตร ฐานล้อมีระยะ 1,520 มิลลิเมตร ยางล้อหน้าเป็นเเบบ 160/70R17 73V ส่วนยางล้อหลังเป็นเเบบ 180/70R16 77V โดยที่ยางจะเป็นยางเรเดียล Dunlop� Harley-Davidson Series มีความจุถังน้ำมันเชื้อเพลิง 11.8 ลิตร ส่วนความจุน้ำมันเครื่องพร้อมไส้กรองอยู่ที่ 4.5 ลิตร ทำให้มีน้ำหนักขณะขนส่งอยู่ที่ 221 กิโลกรัมเเละมีน้ำหนักพร้อมขับขี่อยู่ที่ 228 กิโลกรัม

Harley-Davidson SPORTSTER S ปี 2023 มาพร้อมกับสมรรถนะเครื่องยนต์ที่ร้อนเเรง ด้วยเครื่องยนต์รุ่น Revolution� Max 1250T ที่มีขุมกำลังขนาด 1,255 ซีซี มีความกว้างของกระบอกสูบ 105 มิลลิเมตร มีจังหวะขึ้นลงของลูกสูบที่ 72.3 มิลลิเมตร โดยมีอัตราส่วนการอัดที่ 12.0:1 มีระบบเชื้อเพลิงเป็นระบบช่องฉีดเชื้อเพลิงอิเล็กทรอนิกส์แบบต่อเนื่อง (ESPFI) เเละมีท่อไอเสียแบบ 2-ออก-1-ออก-2, เครื่องฟอกไอเสียในเฮดเดอร์ แรงบิดเครื่องยนต์อยู่ที่ 125 Nm มีแรงบิดเครื่องยนต์ (รอบต่อนาที) อยู่ที่ 6000 ทำให้มีกำลังแรงม้าที่ 121 HP / 90 kW @ 7500 rpm  ส่วนมุมเลี้ยวขวาเเละซ้ายอยู่ที่ 34 องศา ส่วนวิธีทดสอบการประหยัดเชื้อเพลิงเป็นเเบบ EU 134/2014 ทำให้มีการประหยัดเชื้อเพลิงอยู่ที่ 5.1 ลิตร/100 กิโลเมตร โดยระบบขับเคลื่อนหลักเป็นเกียร์ 6 สปีด มีอัตราทด 49/89

Harley-Davidson SPORTSTER S ปี 2023 มาพร้อมกับเฟรมรุ่นใหม่ที่มีความเเข็งเเกร่ง ส่วนแชสซีนั้นมาพร้อมกับโช้คหน้าเเบบโช้คหัวกลับ ขนาด 43 มิลลิเมตร พร้อมระบบการยุบตัว คืนตัว และสปริงพรีโหลดแบบปรับได้ ทริปเปิลแคลมป์ชุดตะเกียบอะลูมิเนียม ทางด้านโช้คหลังจะเป็นเเบบโช้คเดี่ยว Piggyback แบบติดตั้งบนชุดโยงพร้อมระบบการยุบตัว คืนตัว และสปริงพรีโหลดไฮดรอลิกแบบปรับได้ ล้อหน้าเเละหลังเป็นเเบบ วงล้ออะลูมิเนียม สีดำซาติน มีคาลิเปอร์เบรกที่ล้อหน้าเเบบโช้คเดี่ยว คาลิปเปอร์ 4 สูบ ติดตั้งบนแกน ส่วนล้อหลังเป็นเเบบลูกสูบลอยแบบเดี่ยว ส่วนระบบไฟนั้น ไฟหน้า ไฟต่ำ และไฟสูงเป็น LED ทั้งหมด พร้อมระบบไฟส่องสว่างตามตำแหน่งที่เป็นเอกลักษณ์ ไฟส่องสว่างด้านหลังแบบ LED ทั้งหมด และสัญญาณไฟเลี้ยวแบบ LED ทรง Bullet โดยที่จอแสดงผลเป็นเเบบ TFT ที่มีพื้นที่สำหรับดูขนาด 4 นิ้ว มีระบบลูทูธ พร้อม USB-C, 5V, 3A พร้อมกับระบบความปลอดภัยทั้ง ระบบเบรกป้องกันล้อล็อค (ABS), ระบบควบคุมการยึดเกาะ (TCS), ระบบ DRAG-TORQUE SLIP CONTROL (DSCS), ระบบตรวจสอบแรงดันลมยาง (TPMS), ระบบลดการยกของล้อ, ระบบเบรกป้องกันล้อล็อคเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าโค้ง (C-ABS), ระบบควบคุมการยึดเกาะที่เพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าโค้ง (C-TCS) เเละระบบควบคุมการลื่นไถลขณะลดเกียร์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าโค้ง (C-DSCS) ตัวบอดีมี 4 สีให้เลือกกันทั้งสีดำ VIVID BLACK, สีขาว White Sand Pear, สีเทา Gray Haze เเละสีน้ำเงิน Bright Billiard Blue

โดยราคาขายของ Harley-Davidson SPORTSTER S ปี 2023 ในประเทศไทย หากเป็นรุ่นที่มีตัวบอดี้สีดำ VIVID BLACK จะมีราคาขายที่เรท 777,000 บาท ส่วนตัวบอดี้ที่มีสีขาว White Sand Pear, สีเทา Gray Haze เเละสีน้ำเงิน Bright Billiard Blue จะมีราคาขายที่ 782,000 บาท